![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() |
|
| 1. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการศึกษานอกระบบเพื่ออะไร ? | |
| เป็นการศึกษาที่จัดบริการแก่บุคคลทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ ทุกสภาพความเป็นอยู่ ทุกถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างทั่วถึงและเสมอภาค ทั้งที่จะครอบคลุมทั้งผู้ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาและผู้ที่ต้องการความรู้เพิ่มเติม ซึ่งจะสนองความต้องการของบุคคล ชุมชนและประเทศชาติ โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้พื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต | |
2.
ปรัชญาและหลักการของการศึกษานอกระบบเป็นอย่างไร ? |
|
| ปรัชญา
การจัดดารศึกษานอกระบบจะประยุกต์ใช้ปรัชญาหลายปรัญชาผสมผสานกัน ได้แก่ การศึกษาตลอดชีวิต
คิดเป็น และปรัชญาทางพระพุทธศาสนา หลักการ การจัดการจัดการศึกษานอกระบบยึกหลักการดังต่อไปนี้ (1) ความครอบคลุมทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย (2) ความเท่าเทียมและเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา (3) การเปิดโอกาส สร้างโอกาสและขยายโอกาสทางการศึกษา (4) สนองความต้องการของบุคคลและสังคม (5) การจัดกิจกรรมที่หลากหลายให้กลุ่มเป้าหมายมีสิทธิเลือกได้ (6) มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ง่าย ลดกฎ ระเบียบ ขั้นตอน และเปิดโอกาส สำหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย (7) จัดบริการให้ใกล้ตัว เข้าถึงตัวผู้เรียน เช่น ใช้สื่อประเภทต่างๆ มีแหล่งการเรียนรู้ในชุมชน (8) จัดกิจกรรมให้ผสมกลมกลืนกับวิถึชีวิต ไม่ให้แปลกแยกไปจากการดำเนินชีวิต (9) จัดกิจกรรมให้มีความต่อเนื่อง (10) สร้างแรงจูงใจ สร้างนิสัยใฝ่รู้ให้เครื่องมือในการแสวงหาความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย (11) ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐ เอกชน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชน (12) ให้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ โดยเริ่มที่ชุมชนและชุมชนเป็นหลักในการดำเนินการ (13) เน้นการเรียนรู้ตามสภาพปัญหา (14) เปลี่ยนภาพของการศึกษาจากห้องเรียน การท่องจำ การบอกความรู้มาเป็นภาพของการดำเนินชีวิตและการร่วมเรียนรู้จากสภาพปัญหาจริง |
|
| 3. การบริหารจัดการการศึกษานอกระบบควรมีลักษณะอย่างไร ? | |
|
การบริหารการจัดการศึกษานอกระบบเพื่อให้ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตควรมีลักษณะดังนี้ (1) มีการกระจายอำนาจการบริหารจัดการในทุกๆด้าน (2) ชุมชนจะเป็นฐานในการจัดการศึกษา (3) ในแต่ละระดับทั้งระดับชาติ (ส่วนกลาง) และระดับเขตพื้นที่การศึกษาจะมีหน่วยงานทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการจัดและส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการศึกษานอกระบบในระดับชุมชน (4) หน่วยงานกลางในระดับชาติ ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนด้านวิชา ข้อมูล นโยบาย การติดตามผล การดูแลคุณภาพมาตรฐาน และการประกันคุณภาพ หน่วยงานกลางในระดับเขตพื้นที่การศึกษาทำหน้าที่ในการประสานงาน สนับสนุนส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน จัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบภายในแต่ละชุมชน (5) มีการส่งเสริมให้มีเครือข่ายในการจัดการศึกษานอกระบบอย่างกว้างขวาง (6) ด้านการประสานงาน หน่วยงานกลางจะทำหน้าที่ประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรท้องถิ่นและชุมชน (7) ควรจัดทำนโยบายให้ชัดเจนและสร้างความเข้าใจให้ตรงกันทุกหน่วยงานและชุมชน ควรกำหนดบทบาทของท้องถิ่นให้ชัดเจน |
|
| 4. กลุ่มเป้าหมายที่ให้บริการคือใคร ? | |
| ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพโดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกระบบโรงเรียนตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ และให้ความสำคัญมากแก่กลุ่มผูด้อยโอกาสทางการศึกษา | |
| 5.ประเภทของกิจกรรมและเนื้อหามีลักษณะอย่างไร ? | |
ประเภทของกิจกรรมและเนื้อหาหลักสูตรที่การศึกษานอกระบบควรบริการแก่กลุ่มเป้าหมาย
ประชาชนทั่วไป มีลักษณะดังนี้ (1) ประเภทของกิจกรรมทางการศึกษานอกระบบควรจะครอบคลุมกิจกรรม 3 กลุ่มหลักๆ - กิจกรรมการศึกษาพื้นฐาน ครอบคลุมตั้งแต่การสอนอ่าน เขียน การศึกษาสายสามัญ และอาจขยายปถึงการศึกษาที่สูงกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย - กิจกรรมการให้ความรู้ทางด้านทักษะ - กิจกรรมการให้ความรู้ทั่วไป เป็นการให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่และการดำเนินชีวิตประจำวัน (2) เนื้อหาหลักสูตรควรจะเป็นไปตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 (3) หลักสูตรควรจะมีขอบเขตเนื้อหาที่เป็นทั้งหลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรท้องถิ่นในสัดส่วนที่เหมาะสม (4) หลักสูตรควรจะมีหลายลักษณะทั้งหลักสูตรระยะสั้น ระยะยาวรวมทั้งเป็ฯโปรแกรมสำหรับเรียนด้วยตนเองให้เหมาะสมกับสภาพของผู้เรียน (5)หลักสูตรควรจะมีความหลายกลาย (ลักษณะซุปเปอร์มาร์เก็ต) ผู้เรียนสามารถเลือกได้ เน้นการสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเป็นสำคัญ (6) หลักสูตรควรจะสอดคล้องกับวิถีชีวิจของบุคคลและชุมชนและสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตและปัญหาของตนเองและชุมชนได้ (7) กลุ่มเป้าหมายควรมีสิทธิกำหนดหลักสูตรร่วมกับผู้จัดการศึกษา (8) การกำหนดเนื้อหานั้นควรเริ่มจากการวิเคราะห์ว่าชีวิตคืออะไร จะอยู่ได้อย่างไร จึงจะมีความสุข ต้องรู้อะไรบ้างจึงจะอยู่ได้ |
|
| 6. วิธีการจัดการศึกษามีวิธีการจัดอย่างไร ? | |
| ในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบควรใช้วิธีการดังต่อไปนี้คือ (1) ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางโดยคำนึงถึงความต้องการ ความสนใจ และความแตกต่างระหว่างผู้เรียน ให้ความสำคัญแก่ประสบการณ์ของผู้เรียนและกลุ่มเป้าหมาย (2) ใช้วิธีการที่หลากหลาย เช่น เรียนเป็นกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นต้น (3) ใช้สื่อชนิดต่างๆ หลายชนิดผสมผสานกัน(Multi-Media) ใช้ระบบการศึกษาทางไกลเข้ามาช่วย (4) ควรมีความยืดหยุ่นในด้านต่างๆ เช่น เวลา หลักสูตร สถานที่เรียน การลงทะเบียน และลดกฎระเบียบต่างๆ (5) ควรศึกษารูปแบบและวิธีรับความรู้และการถ่ายทอดความรู้เรื่องที่มีมาแต่ดั้งเดิมของชุมชน แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษานอกระบบ (6) เน้นการฝึกทักษะกระบวนการคิด การวิเคราะห์ การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ การแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้ความรู้ (7) ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองและการนำตนเอง (8) จัดการเรียนรู้ให้ผสมกลมกลืนกับชีวิต (9) ควรเน้นการแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ (10) เน้นการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง (11) ต้องสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย (12) ควรสอนวิธีการในการแสวงหาความรู้ (Learning How to Learn) มากกว่าเน้นการให้เนื้อหาความรู้ (13) ครูเป็นผู้สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียน เป็นผู้แนะแนวช่วยแก้ไขปัญหา ผู้เรียนอาจเป็นทั้งครูและผู้เรียนในเวลาเดียวกัน (14) ควรใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านและวิถีชีวิตในการเรียนรู้ (15) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ |
|
| 7. การมีส่วนร่วมของชุมชนทำได้อย่างไร ? | |
การมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่จะช่วยให้กิจกรรมการศึกษานอกระบบเป็นไปอย่างทั่วถึง
แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนมีดังนี้ (1) การจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบต้องยึดชุมชนเป็นตัวตั้ง (Community Base) (2) ผู้สมควรจะมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบในชุมชน ได้แก่ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง องคกรศาสนา สถานศึกษาในโรงเรียน สถานประกอบการ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ หน่วยงานต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น และบุคคลที่ชาวบ้านเคารพนับถือ ฯลฯ (3) ชุมชนควรเข้ามามีส่วนร่วมทุกขั้นตอนตั้งแต่การร่วมคิดร่วมวิเคราะห์สภาพปัญหา ร่วมวางแผน ร่วมหาทุนและทรัพยากรต่างๆ ร่วมจัดกิจกรรม ร่วมเป็นวิทยากร ร่วมติดตามประเมินผลและร่วมรับผลที่จะเกิดจากกิจกรรม (4) ควรส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนทุกคนมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง (5) การที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมนั้นอาจจะเป็นไปได้หลายลักษณะ เช่น ร่วมเป็นกรรมการฝ่ายต่างๆ หรือช่วยกันในภาระหน้าที่ต่างๆกันออกไป (6) ควรมีการกำหนดบทบาทขององค์กรหลักๆ ในชุมชนให้ชัดเจน (7) ควรมีนโยบายที่ชัดเจนจริงจังหรือออกเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของชุมชน (8) ให้ชุมชนร่วมดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบทุกขั้นตอน จนในที่สุดสามารถเป็นผู้ดำเนินการเองได้และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง (9) ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจถึงลักษณะการมีส่วนร่วมและประโยชน์ที่จะได้รับจากการมีส่วนร่วม (10) ควรให้ประชาชนได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นให้ข้อเสนอแนะด้วยวิธีการต่างๆ |
|
| 8. การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ในชุมชนต้องทำอย่างไร ? | |
แหล่งการเรียนรู้เป็นแหล่งที่จะช่วยให้ประชาชนในชุมชนได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
เป็นแหล่งที่จะช่วยให้ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและจะช่วยให้เกิดบรรยาการศการเรียนรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้
แนวทางในการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ในชุมชนมีดังนี้ |
|
| 9. การวัดผลประเมินผลมีวิธีการดำเนินการอย่างไร ? | |
| (1) ควรเป็นการประเมินการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนมากกว่าประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างเดียว (2) ใช้เทคนิควิธีการประเมินที่หลากหลายให้เหมาะสมกับลักษณะของวิชาหรือลักษณะของกิจกรรม และลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย (3) ควรพยายามหลีกเลี่ยงการประเมินแบบแข่งขัน (4) กระบวนการประเมินควรให้ความยุติธรรมแก่ผู้เรียนและมีมาตรฐาน (5) การประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมงานควรจะกำหนดแนวทางให้ชัดเจน (6) ควรมีการติดตามผลและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง (7) การประเมินผลควรรับฟังผลสะท้อนกลับ (Feedback) จากผู้เรียนด้วย |
|
© 2004 - 2006 Faculty of Education, Chulalongkorn University |
|