x
Submitted by CUEDU_PR on 20 July 2020

เป็นประจำทุกปีที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มอบรางวัลแก่นิสิตนักศึกษาผู้มีความประพฤติดี โดยคัดเลือกจากนิสิตนักศึกษาทั่วราชอาณาจักร ในปีนี้สองนิสิตจุฬาฯ จากคณะครุศาสตร์ ณรงค์ชัย แสงอัคคี และศุภกร จิตรเจริญพร ได้รับรางวัลผู้มีความประพฤติดี ประจำปี 2563 ในฐานะพุทธศาสนิกชนที่ประพฤติดี มีผลงานการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ทางพุทธศาสนา เป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนไทย นำความภาคภูมิใจมาสู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นอย่างยิ่ง

   ศุภกร จิตรเจริญพร เป็นนิสิตที่สนใจทำกิจกรรมทางด้านพุทธศาสนามาโดยตลอด เช่น ปฏิบัติหน้าที่รับบาตรพระสงฆ์ในพิธีตักบาตรเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ของมหาวิทยาลัย เข้าร่วมการปฏิบัติธรรม เป็นพี่เลี้ยงในค่ายอาสาต่างๆ รับผิดชอบฝ่ายพิธีการในวันปิยมหาราช ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวิชาการ เช่น เข้าร่วมการประกวดสุนทรพจน์ภาษาจีน เป็นประธานชมรมศิลปะการแสดงของคณะครุศาสตร์  ปีการศึกษา 2562 และร่วมกิจกรรมการทำละครเพื่อสังคม

            “ความประพฤติดีหมายถึงการมีความซื่อสัตย์ในจิตใจ เพราะความซื่อสัตย์คือพื้นฐานของความดี เมื่อเราคิดดี มีมโนธรรมและสำนึกที่ดี นอกจากจะทำให้เราประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีแล้ว ยังส่งผลต่อคนรอบข้างในสังคมด้วย สิ่งที่ผมปฏิบัติเสมอมาคือการแต่งกายชุดนิสิตจุฬาฯ ที่ถูกระเบียบ ปฎิบัติตนตามกฎระเบียบของสังคม มีวินัยในตนเอง ตั้งใจเรียน การเข้าร่วมกิจกรรมในมหาวิทยาลัยช่วยให้รู้จักการเป็นผู้นำและผู้ตามได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้การสวดมนต์ก่อนนอนยังทำให้จิตใจสงบ ช่วยให้สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างราบรื่นและมีสติ” ศุภกร กล่าว

ณรงค์ชัย แสงอัคคี เป็นนิสิตผู้มีความประพฤติดีอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของสังคมมาโดยตลอด เช่น ได้รับพระราชทานรางวัลเยาวชนต้นแบบ คนดีของชุมชน จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมโครงการรณรงค์การใช้ภาษาไทยดีเด่น การเผยแพร่นวัตกรรมแก่นักเรียนในชนบท ฯลฯ

            หลักธรรมที่สำคัญที่สุดที่ณรงค์ชัยยึดถือเป็นหลักประจำใจคือความกตัญญูกตเวที ณรงค์ชัยมองว่าการประพฤติดีสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เราปฏิบัติตามกฎระเบียบและบรรทัดฐานของสังคม ปฏิบัติตามหลักศีล 5 เพียงเท่านี้ก็ทำให้สังคมเป็นระเบียบเรียบร้อย

            “ทุกคนมีความเก่งอยู่กับตัวอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญก็คือจะทำอย่างไรจึงจะนำความเก่งนั้นมาสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น และนำไปต่อยอดได้ การเป็นผู้ให้เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าผู้รับ เพราะทำให้เกิดความภาคภูมิใจทั้งต่อตนเองและครอบครัว” ณรงค์ชัย กล่าวทิ้งท้าย

 

***ภาพและเนื้อหาข่าวจาก https://www.chula.ac.th/news/32816/?fbclid=IwAR0EFJk7n6LlqIja4IOaQu5gjbJMIgevQal9v5PTrRmVBvy84SR-miV9GGI